Last Update :
   
Land Rover Index...
Series รถต้นแบบ Pototype 1947
  Series I 1948 - 1958
  SerieII , SerieIIA , SerieIIB 1958 - 1971
  SerieIII 1971 - 1983
  Stage 1 / Defender 1979 - Now
Range Rover Range Rover I 1970 - 1996
  Range Rover II 1994 - 2001
  Range Rover III 2001 - 2006
  Range Rover Sport 2006 - Now
Discovery Discovery I 1989 - 1997
  Discovery II 1998 - 2004
  Discovery III 2004 - Now
Free Lander Free Lander I 1997 - 2006
  Free Lander II 2006 - Now
Spacial LR Tomb Raider  
  Military  
  Forward Control  
  Light Weight  
  Fire  
  Rescue  
  Other  


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

 

ประวัติรถแลนด์โรเวอร์
Land Rover History

แลนด์โรเวอร์ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สองนี่เอง ไม่ใช่รถที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจนเป็นตำนานหรือผ่านสมรภูมิสงครามมาโชกโชนเหมือน “รถจิ๊บ” อเมริกัน ที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติลง แม้นยังกฤษจะเป็นหนึ่งในประเทศฝ่ายชนะ แต่ก็ย้ำแย่โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เสียหายยับเยินโรงงานผลิตรถยนต์ก็ไม่ได้อยู่ในข่ายยกเว้นสภาพเช่นนี้แหละที่เป็นจุดกำเนิดของ… Land Rover ขณะนั้นเป็นปี ค.ศ. 1947 แลนโรเวอร์ยังเป็นบริษัทเล็กๆ และ ได้รับความเสียหายจากสงครามเหมือนกัน เจ้าของ แลนด์โรเวอร์ คือนาย มอริช วิลค์ ตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตขึ้นใหม่ทงภาคเหนือของแคว้นเวลส์ หรือที่เรารู้จักกันในนาม Solihull เจตจำนงของ มอริช วิลค์ ในตอนนั้น ขอเพียงผลิตยานพาหนะที่เคลื่อนที่ได้ ใช้งานบรรทุกคนบรรทุกของได้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะความขาดแคลน จึงมิได้บรรจงพิถีพิถันออกแบบรถให้สวยงามแต่อย่างใด ต้องการให้เป็นรถสารพัดประโยชน์กับงานด้านต่างๆ รวมทั้งเกษตรกรรมตามท้องไร่ท้องนา ดูๆ ไปก็เหมือนกับที่ไทยเราผลิต “รถอีแต๋น” ออกมาใช้นั่นแหละ
การผลิตรถยนต์ขึ้นใหม่นั้นไม่ใช่ของง่าย แม้นแลนด์โรเวอร์จะเป็นบริษัทผลิตรถยนต์อยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านโครงสร้างที่เรียกกันว่า “แซสซี” หรือ “คัสซี” นั้น ด้วยภาวะรีบด่วน จึงเอาแบบแชสซีรถจิ๊บของอเมริกันมาใช้ทั้งดุ้น ส่วนตัวเก๋งนั้นส่วนใหญ่รถจิ๊บจะเปิดหลังคาโล่งๆ แต่แลนด์โรเวอร์ ออกแบบให้มีหลังคาครอบมิดชิดอยู่หลายแบบ คงเป็นเพราะในอังกฤษมีฝนตกอยู่เสมอ เรียกว่าชาวเมืองผู้ดีกลัวเป็นหวัด…ว่างั้นเถอะ !… แต่ก็ได้มีการแบ่งที่นั่งเป็นตอนเดี่ยวบ้างสองตอนบ้าง สามตอนบ้าง เพื่อให้ใช้งานได้หลายรูปแบบ และยังสามารถดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เป็นเครื่องสูบน้ำ ใช้บรรทุกพืชผลทางการเกษตร หรือแม้กระทั่งดัดแปลงเป็นรถดับเพลิง ก็มี..
แต่ในภาวะหลังสงครามทุกอย่างก็ขาดแคลนรวมทั้งเหล็กด้วย นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตัวถังของแลนด์โรเวอร์ ใช้อะลูมิเนียมแทนเหล็ก แม้จะไม่แข็งแรงแต่ก็มีข้อดีคือไม่เป็นสนิม และเบากว่า ศูนย์ถ่วงของรถแลนด์โรเวอร์ จึงค่อนข้างดี คือช่วงล่างหนักช่วงบนเบา ในยุคแรกๆ ทางแลนด์โรเวอร์ ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กแรงม้าต่ำวิ่งได้ไม่เร็ว หลักจากเริ่มผลิตได้สองปี กับรถจำนวน 16,000 คัน มอริช วิลค์ ก็คงไม่ได้คาดการณ์ว่า แลนด์โรเวอร์จะยืนยาวมาจนถึงวันนี้ เพราะตั้งใจผลิตเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจริงๆ แต่แล้วจำนวนการผลิตก็ขึ้นไปถึง 1,400,000 คัน จำหน่ายออกไปทั่วโลก
การทิ่แลนด์โรเวอร์ ผลิตออกมาขายได้เรื่อยๆ เป็นเพราะประสิทธิภาพของรถ และราคาในสมัยนั้นถือว่าค่อนข้างถูก ที่ว่าประสิทธิภาพติดใจผู้ใช้ก็เพราะเป็นรถขับเคลื่อนได้ 4 ล้อ มีเกียร์ขับได้ทั้ง 4 ล้อเร็ว (4 high) และ 4 ล้อช้า (4 low) แบบ ทดกำลังสูง ล้อของแลนด์ เป็นวงกว้างใหญ่ขนาด 16 นิ้ว วิ่งได้ไม่เร็วแต่ลุยได้เยี่ยมยอด ประกอบกับมีแชสซีที่หนักมากกว่า 1.5 ตัน ทำให้ลุยป่าฝ่าโคลนเลน หรือทะเลทรายได้อย่างน่ามหัศจรรย์
ส่วนเรื่องราคานั้นสมัยที่เริ่มผลิตใหม่ๆ คงจะย่อมเยาว์จริง ๆ จึงได้รับการต้อนรับจาก ทั่วโลก รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศต่างๆ สั่งซื้อไปใช้ในงานพัฒนา แต่ขณะนี้แลนด์โเวอร์ ไม่ใช่รถราคาถูกอีกต่อไปแล้ว ราคาดูจะเห็นว่าอยู่ในกลุ่มรถราคาแพงทั้งๆ ที่ขายในประเทศของตัวเอง รถแลนด์” รุ่นที่เอามาเทียบราคานี้เป็นรถยุคใหม่แล้วมีการปรับปรุงหลายๆ อย่าง ช่วงล่างด้านหน้าเปลี่ยนจากคานแข็ง เป็น คอล์ย สปริง / ถุงลม ทำให้นุ่มนวลขึ้น วงเลี้ยวแคบลง ปรับปรุงเครื่องยนต์ เฟืองท้าย และเกียร์ใหม่ ทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น มั่นคงขึ้น จนทำให้แทบไม่รู้สึกว่าขับเร็วแค่ไหนแล้ว
ในเมืองไทยเรา รถ Land Rover เริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 คือไม่ทันถึงปีหลังจากเริ่มผลิต ผู้สั่งเข้าเป็นบริษัทชาวอังกฤษชื่อ SERVICE GARAGE แต่หลังจากนั้นผู้ที่ทำให้แลนด์” เป็นรถที่แพร่หลายมาในเมืองไทยคือ BUTLER & WEBSTER เพราะ นอกจากลูกค้าเป็นชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังขายให้หน่วยงานใหญ่ๆ และราชการมาก คนรุ่นก่อนคงจะจำกันได้ว่าสมัยนั้นรถตำรวจใช้ แลนด์ Serie I ออกตรวจ และยังเป็นดัดแปลงเป็นรถดับเพลิง รถพยาบาลด้วย นอกนั้นก็ยังมีกรมทางหลวง กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี เทศบาลต่างๆ กระทรวงกลาโหม ทั้งทางกองทัพไทย ซึ่งมีการออกแบบสีรถตามเหล่าขึ้นมาใช้เฉพาะในประเทศไทยและยังมีธนาคารต่างๆ ใช้เป็นรถขนเงินเป็นต้น
สิ่งที่ได้รับยามขับรถแลนด์เสมอๆ คือประวัติศาสตร์แห่งการพัฒนา และการเดินทางไปเยียวยา ความเจ็บปวดของผู้ด้อยโอกาส
ที่เต็มไปด้วยความลำบากทุกข์ยากจากความยากจน ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลความเจริญ แต่ไม่เคยมีที่ไหนที่รถเก่าๆ อย่าง Land Rover จะไปไม่ถึง สมกับคำว่า "The Go Anywhere Vehicle " จริงๆ ครับ...ภูมิใจ

ลำดับการสร้างรถ Land Rover
1947: รถต้นแบบ (Pototype) )ถูกผลิตขึ้นโดยมีพื้นฐานมาจาก Jeep Willy แต่มีพวงมาลัยอยู่ตรงกลาง โดยจุดประสงค์แรกเพื่อใช้ในงานเกษตร


1948-1958: Series One (SI) Land Rover


Land Rover รุ่น 80" SWB กับเครื่องยนต์ขนาด 1.6L ถูกนำมาแสดงครั้งแรกในงาน Amsterdam motor show เมื่อ 30 เมษายน ปี 1948 เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบถาวร (4x4 full time) ไฟด้านหน้าอยู่ด้านหลังตะแกรง หรือที่เรียกว่ากระจังหน้า (radiator grille )


1949: รุ่น 80" Station-wagon
1949: Land-Rovers คันแรกถูกใช้ในรายการทดสอบ Snowy Mountains Hydro-Electric Scheme (SMHEA).
1949: ย้ายไฟหน้าออกมาอยู่ด้านหน้ากระจัง
1950: เพิ่มเติมเป็น 4x4 Part Time
1951: เริ่มใช้เครื่องยนต์ขนาด 2 ลิตร และ รุ่น 80" แบบ station wagon เลิกผลิต
1952: เปลี่ยนมือจับที่เปิดประตู , ใช้กระจังหน้าเป็นแบบตระแกรงตัว T กลับหัว, ไฟเลี้ยวมาอยู่ที่แก้ม
1953: เริ่มผลิต รุ่น 107" และ SWB ที่มีความยาว 86".
1954: Station wagon เริ่มนำกลับมาใช้ใหม่
1955: เพิ่มที่นั่งเป็น 10 ที่ในรุ่น LWB station wagon (เรียกมันว่า"Meccano")
1956: เพิ่มความยาวฐานล้ออีก 2" ในรุ่น 88" และ109" ยกเว้นไว้รุ่น 107" SW ที่ไม่ได้เพิ่ม
1957: เพิ่ม Optional เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2 ลิตร ในรุ่นLWB.
 
1958-1961: Series Two (SII) Land Rover


1958: ในเดือนเมษายน S2 ผลิตออกสู่ตลาด โดยใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.25 ลิตร แต่ก็ยังมีบางล็อตที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ขนาด 2 ลิตรอยู่
1959: รุ่น 109" station wagon แบบ 10 ที่นั่ง เริ่มผลิต
1959: LR มีจำนวนรถที่ผลิตออกสู่ตลาดจำนวน 250,000 คัน ในเดือน พฤศจิกายน
1961: เพิ่มเติมเครื่องยนต์ดีเซล 2.25 ลิตร
1961-1971: Series Two A (SIIA) Land Rover
ขนาดเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซล 2.25 ลิตร1962: รุ่น LWB station wagon 12 ที่นั่ง แต่มีปัญหาเรื่องภาษีที่ต้องจดเป็นรถบัส
1962: Forward Control Land Rover เริ่มผลิต


1965: ดำเนินการออกแบบรถต้นแบบของ Military Lightweight.
1966: เพิ่ม Optional เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.6 ลิตร 6 สูบ ในรุ่น LWB และ FC เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ FC (series 2B) ในขณะนั้น มี LR ผลิตออกมาจำหน่ายจำนวน 500,000 คันแล้ว
1967: เปลี่ยนหน้าปัดมาตรวัดต่างๆ และมอเตอร์ปัดน้ำฝนเป็นแบบใช้ตัวเดียว
1968: ไฟหน้าย้ายมาอยู่ด้านข้างบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ในรถส่งออก
1968: Military Lightweight 88" รถที่ใช้ในราชการทหารที่สามารถเคลื่อนย้ายทางอากาศได้
1969: เพิ่มความแข็งแรงให้เพลาท้ายในรุ่น LWB
1970: ไฟหน้าย้ายมาอยู่ด้านข้างบริเวณแก้มทั้งสองข้าง(รุ่นปี 1968 ขึ้นไป)
1970: Range Rover เริ่มดำเนินการ (รายละเอียดด้านล่าง)
 
 
1971-1983: Series three (SIII) Land Rover
1971: ในเดือนตุลาคม Series 3 เริ่มผลิต โดยใช้เกียร์แบบ synchromesh ถึงตอนนี้ LR ผลิตรถออกมาแล้วทั้งหมด 750,000 คัน
1972: เพิ่มความแข็งแรงให้เพลาท้ายในรุ่น LWB
1972: SIII ในรุ่น Military Lightweight เริ่มผลิต
1972: Military 101" Forward Control เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.5 ลิตร V8, เกียร์ LT95 4-speed full-time 4WD.
1974: Land Rover หยุดนำรถเข้าอเมริกา ( เริ่มอีกครั้งกับ RR ในปี 1987)
1976: มิถุนายน LR ผลิตออกมาเป็น1,000,000 คัน
 
1979-1985: Land Rover SIII Stage-1
ยังคงใช้แหนบในรุ่น LWB (109") เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตร V8, เกียร์ LT95 4-speed full-time 4WD และยังมีรุ่นเฉพาะที่จำหน่ายในออสเตรเรีย ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Isuzu 3.9L 4BD1 4สูบ
1981: Camel Trophy เริ่มเอา Range Rover มาใช้
1983: Land Rover 110, คอยล์สปิง LWB (110")
1984: Land Rover 90, คอยล์สปิง SWB (ความยาวฐานล้อจริงคือ 92.9").
1988: British Aerospace ซื้อกิจการของ Rover Group.
1989: Land Rover Discovery เริ่มแนะนำสู่ตลาด
 
1990: Camel Trophy เริ่มนำ Land Rover Discovery มาใช้
1990: Land Rover Defender 90, 110, 130 ถูกเพิ่ม Cab ด้านหลัง

 
1994: Rover Group ถูกขายให้ BMW
1994 ในเดืนกันยายน Range Rover ปรับโฉมใหม่
1996: กระทรวงกลาโหมของอังกฤษ สั่งซื้อ Land Rover XD110 และ XD90 (XD - eXtra Duty) 8000 คัน โดยกำหนดส่งตั้งแต่ปี 1996-2000 และรุ่น XD130 แบบรถพยาบาล อีก 800 คัน
1996 เดิอนกุมภาพันธ์ Range Rover Classic รุ่นสุดท้ายเลิกผลิต
1997: รถรุ่นใหม่ในรหัส CB40 ถูกผลิตในชื่อ Freelander และออกขายในอังกฤษในปลายปีเดียวกัน และถูกนำไปใช้ในรายการแข่งขัน Camel Trophy ในปี 1998
1999 เดือนกันยายน ชื่อของ Rover Group หายไปจากตลาดรถยนต์ยกเว้นในเรื่องของกฏหมาย และระบบบัญชีเท่านั้น อำนาจสั่งการมาจาก BMW และรื้อโครงสร้างเก่าออกทั้งหมด
2000 เดือนมีนาคม BMW ตัดสินใจขาย Landrover ให้กับ Ford ในราคา 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ รถแลนด์ดรเวอร์ถัดมาก็ถูกดูแลโดยกลุ่มที่เรียกว่า `Phoenix' ซึ่งมีความหมายถึง Range Rover ในรุ่นถัดไป ก็เหมือนนก ฟีนิกซ์ ที่ฟื้นคืนชีพขึ้มาอีกครั้ง
2000, July 1: Ford ควบคุมกิจการทั้งหมดของ Land Rover.

Range Rover
1970: Range Rover,เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตร V8, ความยาวฐานล้อ 100" WB, 4-speed แบบธรรมดา, 4WD แบบถาวร, ระบบ centre diff', ช่วงล่าง coil springs


1981: เริ่มผลิตรุ่น 4 ประตู
1982: เพิ่ม เกียร์โอดตเมติกแบบ 3-speed
1983: เพิ่มเกียร์ธรรมดาแบบ 5-speed
1985: เปลี่ยนเครื่องยนต์แบบหัวฉีด 3.5L V8.
1986: เครื่องยนต์ VM 2.4L 4-cyl turbo-diesel เป็น option (ไม่นิยมใน Australia).
1987: เริ่มส่งรถเข้าไปขายในอเมริกาอีกครั้ง
1989: เริ่มส่งรถเข้าไปขายในแคนาดาเป็นครั้งแรก
1989: เปลี่ยนเครื่องยนต์ขนาด 3.9L V8.
1990: เปลี่ยนเครื่องยนต VM 2.5L turbo-diesel.
1992: เพิ่มระบบช่วงล่างเป็นแบบถุงลมอิเล็กทรอนิกส์, ABS, electronic traction control และอื่นๆ (200 series Tdi ถูเข้ามาประจำการแทนรุ่น VM diesel option.)
1992: Vogue SE, 3.9 V8, ขนาดฐานล้อ 2540mm (100"), Vogue LSE, 3.9 V8, ขนาดฐานล้อ 2743mm (108") (4.2L V8 มีขายใน UK เท่านั้น) และมี 2.5L Tdi ดีเซลเข้ามาเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง
1994: เพิ่มถุงลมนิรภัย ด้านที่นั่งคนขับ และผู้โดยสาร นอกจากนี้ยังมี เครื่องยนต์ 300Tdi มาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

1994 Sept 29: New Range Rover released,


(ชื่อรหัส Pegasus) ในขนาดฐานล้อ 108", electronic air suspension, ABS, traction control, 5-speed manual เกียร์รุ่น (R380) หรือ 4-speed auto เป็นต้น
  • 4.0 V8, base and SE.
  • 2.5 TD, base and DSE, (เครื่องยนต์ 6 สูบ turbo diesel ของ BMW ).
  • 4.6 V8 HSE (มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น)
1995: ในเดือนพฤศจิกายน Range Rover ในแบบคลาสสิกจะทำการเลิกผลิตทั้งหมด
1996: เดือนกุมภาพันธ์ หยุดการผลิต Range Rover คลาสสิก

2001 ปลายปี New Range Rover III ก็นำออกขายโดยมีพื้นฐานมาจาก BMW X5 กับช่วงล่างอิสระสี่ล้อ เครื่องยนต์เบนซิน BMW V8 และ diesel
2002 มกราคม: Range Rover III นำแสดงในงาน Detroit Motor Show.
2002, วันที่ 11 กรกฏาคม Range Rover ถูกผลิตจำหน่ายรวมทุกรุ่นจำนวน 500,000 คัน

Land Rover Discovery

1989: ในวันอังคารที่ 12 กันยายน Land Rover Discovery ถูกนำแสดงในงาน Frankfurt Motor Show เป็นครั้งแรก ด้วยระบบช่วงล่าง Coil sprung, full-time 4WD, 5-speed manual LT77 gearbox, LT230T transfer case, locking centre diff, ความยาวฐานล้อ 100" เครื่องยนต์ขนาด 3.5L V8 และ 2.5 (4cyl) TDi โดยเป็รถแบบ 2 ประตเท่านั้นู
1993: เพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1994cc Mpi
1994: เพิ่มเครื่องยนต์เบนซิน 3.9L V8 และ 2.5 (4cyl) TDi, 2 ประตู และแบบ 4 ประตู, 5-speed manual (R380) และแบบ 4-speed auto, air-bag ในด้านคยขับ และสำหรับผู้ดดยสารเป็น option
1998 กันยายน เปลี่ยนชื่อรหัสของ Discovery เป็น Tempest โดยมีเครื่องยนต์ 4.0L V8 หรือ 5สูบTd5 diesel, ความกว้างความยาวของตัวรถมีมากกว่ารุ่นเดิม

Freelander I ( 1997 -2006 )

1997: รหัสรุ่น CB40 ถูกอวดโฉมในนามของ Freelander I โดยมีโครงสร้างตัวถังแบบ Monocoque ไร้ คัสซี ขนาดกระทัดรัด เป็นคู่แข่งของ Toyota RAV4 และ Honda CR-V ได้เป็นอย่างดี
2000 : สิงหาคม เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร V6 และ 2 ลิตร Td4 diesel เริ่มออกขายทั้งในอังกฤษ และอเมริกา

Freelander II
( 2006 - Now)
2006 : กรกฏาคม Free Lander II ก็ได้ถูกผลิตออกมาจำหน่าย โดยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่า 200 Kg ด้วยเครื่อง
- เบนซิน 3.2 litre, V6, 171kW, 240Nm, 11.2L/100km
- ดีเซล 2.2 litre, 4-cyl, turbocharged, 118kW, 400Nm, 7.5L/100km
ซึ่งยังคงจัดจำหน่ายมาจนถึงปัจจุบัน
 
 

 
TLRC Sticker
T-Shirt
TLRC Plate
TLRC Arm
TLRC Sticker
T-Shirt
TLRC Plate
TLRC Arm
About TLRC Collection...
สินค้าต่างๆ ที่ทางชมรมได้ผลิตออกมานั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการสะสมของที่ระลึกต่างๆ จากชมรม Thai Land Rover Club เป็นหลัก ไม่ได้จัดทำในเชิงพานิชย์ รายได้จะถูกนำมาใช้ในการจัดเตรียมกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้บริการสมาชิก และบางส่วน จะถูกนำไปในการจัดทำโครงการเพื่อสังคม ต่อไป
How to order..
การสั่งซื้อตอนนี้ใช้วิธีติดต่อโดยตรงที่ คุณ White Disco :Tel -01 - 8427382 , คุณ Nop : Tel - 01-9275486
 
 
All about Land Rover...
 
About Land Rover
ไปดูฝรั่งเขาบูรณะแลนด์

ชมรม Series 1
ชมรม Series 2

Range Rover Page
Discovery web
Top4WD(คุณ top4)

Twist suspension
Freelander Web


ข้อมูลท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
TrekkingThai นิตยสารเดินป่าแบบ Online
Talaythai ข้อมูลเพื่อการเที่ยวทะเล
Tourdoi ข้อมูลเที่ยวดอยครับ

คลื่นวิทยุ
Radio Online
A-Time


Other
Google
Thai2hand
Pantip
Off Road Section...
 
4X4
4x4.in.th
Weekendhobby


Auto Jam
One2Car
Mini Club Thailand
Entertainment Section...
 
News
ผู้จัดการ
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
คมชัดลึก
The Nation
แนวหน้า

TV

ช่อง 3
ช่อง 5
ช่อง 7
ช่อง 9
ช่อง 11
ช่อง ITV
UBC

ดูหนัง
Major Cineplex
EGV
SF cinema
IMAX
 

Copyright 2001-2005 http://www.ThaiLandRoverClub.com
Webmaster@Thailandroverclub.com